ไข้เลือดออก ภัยร้ายใกล้ตัวคุณ

สถิติผู้ป่วย โรคไข้เลือดออก

ในประเทศไทยในรอบ 3 เดือน

ผู้ป่วย ไข้เลือดออก เดือน พค 62

ผู้ป่วย ไข้เลือดออก เดือน มิย 62

ผู้ป่วย ไข้เลือดออก เดือน กค 62

ข้อมูลสถิติ ไข้เลือดออก จาก กรมควบคุมโรค 

https://ddc.moph.go.th/th/site/newsview/view/696

   ไม่น่าเชื่อว่า ยุงลาย ตัวเล็กๆนั้น มีสถิติทำให้คนตาย มากกว่าปลาฉลามที่ดูน่ากลัว ถึงแม้ปลาฉลามน่ากลัวเพียงใด ถ้าคุณไม่ไปทะเล ที่มีปลาฉลาม แค่นั้นก็ไม่มีความเสี่ยงจากการถูก ฉลามกัด 100%

 แต่สำหรับ ยุงลาย นั้น ต่อให้คุณนอนอยู่ที่บ้านในห้องนอนของคุณ ที่ๆเราก็คิดว่าเป็นที่ปลอดภัย และหลับสบายที่สุด ก็ยังอาจไม่พ้น แดรกคิวล่า ท้องลาย ตััวนี้ ส่วนใหญ่แล้วการโดน ยุงลาย กัดนั้น ไม่มีอะไรมากไปกว่าการระคายเคืองเล็กน้อยที่เป็นตุ่มพองตัวขึ้น ไม่นานทา ยาหม่อง แป็ปๆ เดี๋ยวก็หาย และถูกลืมไปอย่างรวดเร็ว 

ตุ่ม-ยุงลายกัด

แต่สิ่งที่น่ากลัว จาก ยุงลาย กัด มันหลังจากนั้น ถ้าไม่สังเกตุ คุณจะไม่รู้เลยว่า อาการไข้หรือ อื่นๆที่ทำให้เจ็บป่วยนั้น มันมาจาก ยุงลายกัด เพียงแค่ครั้งเดียว

ยุงฆ่าคนมากกว่าล้านคนทั่วโลกทุกปีผ่านการแพร่เชื้อไวรัสและปรสิตที่เป็นอันตรายและในประเทศไทย คือ ไข้เลือดออก สามารถแพร่กระจายไปทั่ว ผู้ติดเชื้อไม่รู้ตัวว่าพวกเขาเป็นโรคนี้จนกระทั่ง อาการเริ่มแสดง

จากข้อมูลสถิติ ด้านบน ซึ่งเป็นข้อมูลจริงจาก กรมควบคุมโรค ระบาดวิทยา ซึ่งเป็นข้อมูล ล่าสุดทำให้เราได้รู้ว่า ไข้เลือดออก อยู่ใกล้พวกเราแค่ไหน 

ถึงแม้ว่า คุณจะไม่สนใจ หรือ ไม่ใส่ใจ ไม่อยากเจอ แต่ ยุงลาย มันก็ไม่สนใจหรอกครับ ถ้ามัน เจอคุณ เจอ ลูกคุณ คนในครอบครัวคุณ มันก็กัด

ถ้าโชคดีก็เป็นแค่ตุ่มคัน แต่ถ้าโชคร้าย ยุงลาย ตัวนั้นมีเชื้อ ไข้เลือดออก คุณก็แค่เป็นอีกหนึ่งคนที่จะเพิ่มขึ้นใน สถิติของกรมควบคุมโรค เมื่อคุณเข้าโรงพยาบาล และ ถ้ารู้ตัวช้ามันก็อาจสายเกินไป

ยุงลาย เพียงตัวเดียว อาจเปลี่ยนชีวิต ของคุณไปตลอดกาล

เรื่องนี้ เป็นเรื่องจริง จาก ผู้เขียนเอง

ผมเองมีพี่สาว ที่ช่วงนั้นกำลังสร้างครอบครัว พี่เขยของผมกับพี่สาว มีลูกชายที่กำลัง น่ารัก อายุประมาณ ขวบกว่าๆ ทุกอย่างกำลังไปได้ดี เป็นครอบครัวที่อบอุ่น และพี่เขย มีฐานะการงาน การเงินที่ดี เป็นนักวางแผนที่ดี มีงานอดิเรก เล่น กีต้าร์ สไตล์ บลูส์ ซึ่งผมเองพึ่งหัดเล่น เพลง ซมซานของโลโซ ตอนนั้นดูมันช่างแตกต่าง และ พี่เขาเทพมากๆ (สอนผมด้วยนะครับ) 

พี่เขยเขา เลี้ยงลูกชาย ในแบบที่ฝึกให้ลูกเข้มแข็ง วันหนึ่งมีงานเลี้ยงที่บ้านญาติ ลูกของพี่เขา เริ่มเดินได้ (ขวบเกือบ 2 ขวบ) ขณะที่เดินอยู่ ก็มีเด็กคนหนึ่ง แกล้งโดยการเอามือดึงขา ไปข้างหลัง ทำให้ลูกพี่เขา หน้าทิ่ม หน้ากระแทกพื้น ร้องไห้ ซึ่งผมและพี่เขยเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง (เป็นผมคงเดินไปตบกาบาล เด็กคนนั้น)

ไข้เลือดออก-ในครอบครัวคุณ

   แต่พี่เขยไม่ว่าอะไร บอกให้ลูกลุกขึ้น โดยที่พี่ไม่อุ้มโอ๋เลย แป็บเดี่ยว ลูกก็ลุกขึ้น หน้าผาก จมูกแดง แต่ก็หยุดร้อง กลับมาเล่นปกติ และพี่เขาก็แค่ใช้สายตา ทำโทษเด็กคนนั้น มองไปที่เด็กชายที่แกล้ง เด็กก็วิ่งหนีไป  ผมคิดว่า ถ้าวันหนึ่งผม มีลูกชาย ผมต้องฝึกให้ลูกเข้มแข็งให้ได้แบบพี่เขย 

ซึ่งด้วยความที่ผมเป็นน้องชาย ย่อมดีใจที่ พี่สาวมีความสุข และหลานชายจะโตขึ้นมาอย่างเข้มแข็งและมีความสุข

     ในคืน หนึ่ง ขณะที่ผมอยู่บ้าน ในสมัยนั้น โทรศัพท์บ้าน ก็ดังขึ้น พ่อผมรับ พี่สาวผม โทรมา เสี่ยงสั่น บอกกับพ่อผมว่า พี่เขย ตายแล้ว เราตกใจ เพราะพึ่งเจอกัน เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว  สาเหตุการตาย เกิดจาก ไข้เลือดออก

สิ่งที่เกิดขึ้น รวดเร็วมาก พี่สาวเล่าว่า พี่เขย มีอาการ ไม่สบายมีไข้ เหมือนไม่สบายทั่วๆไป ในวันแรก พอวันที่ สอง อาการไข้หนักขึ้น ปวดหัว ไข้ขึ้นสูง จึงเข้าโรงพยายบาล ที่สำคัญ แม่ของพี่เขา ก็เป็นพยาบาลด้วยเลย วางใจ ไม่ค่อยน่าเป็นห่วง

แต่ในวันที่ 3 อาการแย่ลงอย่างรวดเร็ว จนในที่สุด ก็เสียชีวิต ใครจะคิดว่า เวลาเพียง 3 วัน จะทำให้ พี่เขย ที่ดูแข็งแรง และ มีแม่เป็น พยาบาล ที่มีความรู้ในการดูแล จะต้องจาก พี่สาว และ ลูกของเขาไป อย่างไม่มีวันกลับมา ซึ่งเรื่องราว เหล่านี้ก็ผ่านมาประมาณ 20 ปีได้

ต้นเหตุก็ ไม่พ้น ยุงลาย เมื่อผมไปบ้าน พี่เขย สังเกตุว่า ยุงที่บ้านพี่เขาเยอะ และต้องคอยจุดยากันยุง ให้ สุนัขที่อยู่ ในกรง ตอนกลางคืนทุกวัน เพราะถ้าสุนัขโดน ยุงกัดเยอะ มันจะร้องทั้งคืน สุนัขอยู่นอกตัวบ้าน ก็จริง แต่ก็มีหลายครั้งที่ยุงก็เข้ามากัดคนในบ้าน ซึ่ง ถ้าไม่คิดอะไรก็เป็นเรื่องปกติ 

แต่เมื่อเกิดเหตุแล้ว เราก็มาหวนคิดว่า แค่ ยุงตัว เดียวเปลี่ยน ชีวิต พี่สาว และ หลานชาย ของผม ไปตลอดกาล ซึ่งผมได้เห็นชีวิตที่ยากลำบาก ของพี่สาว ในวันที่ไม่มี พี่เขย และ หลานชาย ที่ ขาดพ่อไป  ชีวิตที่ต้องเดินต่อไป โดยขาดหัวหน้าครอบครัวเป็นเรื่องที่ยากลำบาก พี่สาวต้อง เป็นทั้งพ่อทั้งแม่ ต้องเข้มแข็ง เพื่อลูกชาย (ปัจจุบัน ทั้งคู่เข้มแข็ง ผ่านเรื่องราวต่างๆ หลานชายก็เรียนใกล้จะจบแล้ว) 

วันนี้ผมมีลูก ยุงลาย ก็ยังตามราวี

วันนี้ผม เองก็มีลูกชาย อายุ 2 ขวบกว่าๆ ชื่อ อันฟา ในช่วงที่ผมต้องทำงาน เลยต้องพาไป ฝากปู่ ย่า เลี้ยง แต่เมื่อลูกกลับมาบ้าน เห็น ขาลูกชาย เป็นจุดๆ โดน ยุงกัด มาเต็มเลย

เพราะสาเหตุที่บ้าน พ่อแม่ผม ติดกับทุ่งนา และ พ่อผมชอบจัดสวน มีต้นไม้น้ำตกเล็กๆ หลายจุด มีน้ำขัง พอหัวค่ำ ยุงก็จะมาแล้ว มาหลบอยู่ที่ในบ้าน พ่อแม่ผม ก็พยายาม ปิดประตูหน้าต่าง ไม้แบดไฟฟ้าตีไล่

แต่เผลอแป็บเดียว ก็โดน ยุงกัด จนได้ ด้วยความเป็นเด็กที่ไม่รู้จะปกป้องตัวเองจาก ยุง อย่างไร เลยเจอ ยุงกัด ช่วงที่ปู่ย่าเผลอ อยู่เสมอ สิ่งที่เกิดขึ้น ทำให้ผมคิดถึง พี่เขยผมขึ้นมาทันที ผมไม่อยากให้มันเกิดขึ้น กับ ครอบครัวผมอีก รวมทั้งตัวผมเองด้วย จึงต้องหาทางไล่ ยุงลาย ออกจากตัวบ้านให้ได้

ยุง-บ้านปู่

ยุงเยอะ-4

ใส่กาเกงขายาวกันยุง

วันนี้ อันฟาจะพาชม สวนปู่ จุดที่ยุงเยอะ ต้องใส่กางเกงขายาว กันยุงไว้ด้วย

ยุงเยอะ

อันฟา พาดูหลังบ้านที่ติดกับท้องนาหลังกำแพง

ยุงเยอะ-2ในสวนของปู่ ร่มรื่น แต่ค่ำๆ ยุงเยอะ

จุดยุงเยอะ

อันฟาชี้ไปตรงที่เด็กๆนั่งเล่น บอกว่าตรงนี้ยุงเยอะ

จุดยุงเยอะ2

ทีน้ำขังจากการรดน้ำต้นไม้

ยุงเยอะ-3

ในห้องเก็บของที่ ที่ยุงมารวมตัวกันเยอะ

 

ลูกแพ้ยุง

  ก่อนหน้านี้ การไล่ยุง ผมก็จะใช้โลชั่นกันยุงทาให้ลูก ซึ่งก็ช่วยได้พอสมควร แต่เด็กช่วงวัยนี้ ซนสุดๆ ใช้ร่างกายเยอะ มีเหงื่อซึมตลอด ทำให้โลชั่น กันยุงที่ทาไป จางลงและ ยุงก็จะเริ่มกัดตอนเผลอ และอีกอย่างแม้ทาโลชั่น ยุงก็ยังมากัดบริเวณ ใบหน้าอยู่ดี เพราะผิวเด็กอ่อน ห้ามทาโลชั่นที่หน้า

  และยุงบางชนิด บางคนเรียกว่ายุงป่า กัดแล้วมันจะเป็น ตุ่มบวม ขึ้นมาทันที มีความรู้สึกทั้งคันและปวดนิดๆ ขนาดผู้ใหญ่ยังรู้สึกขนาดนี้แล้วเด็กจะทนไหวหรอ ผลจากการที่ลูกชายผมโดน ยุงกัด ที่ขาและตามตัว จะเป็นตุ่มนูนบริเวณที่โดนกัด เป็นปื้นๆแดง

  ด้วยอาการคัน ทำให้เขาเกา จนบางตุ่มเป็นแผล เลือดออก เมื่อโดนยุงกัดใหม่ ย่าก็จะเอา ดินสอพองผสมมะนาว ทาที่โดนยุงกัด แต่เมื่อเยอะขึ้น ก็ใช้แซมบัค เพื่อลดอาการคัน สิ่งที่ตามมาคือ จากเด็กทีเคยผิวพรรณ ดี ขาวใส กลายมาเป็นเด็ก ขาลาย คลายมีแผลเป็นเต็มไปหมด นี่ขนาดเป็นลูกชายนะ ถ้าลูกสาวคงกลุ้มใจหนักกว่านี้อีก

แพ้ยุง

  ผมจึงหาข้อมูล ยาทาที่ลดอาการ แพ้ยุง และ จุดด่างดำที่เกิดจากแผลยุงกัด จนได้ ยาทาที่ใช้ได้ผลดี จึงอยากบอกต่อเลยครับ เป็นยาทา ของประเทศญี่ปุ่น ที่ผมใช้กับลูกแล้วได้ผลดี เลยทีเดียวครับ ชื่อ Muhi S Cream มุฮิ เอส ครีม ครีมทาแก้คันจากยุงกัด 

เนื้อครีมทาแล้วจะเย็นๆ ทำให้หายคันและป้องกันการเกาจนเป็นแผล ช่วยลดรอยดำ อาการบวม ตุ่มแดง ใช้ได้สำหรับเด็กอายุ 3 เดือนขึ้นไป – ผู้ใหญ่ 
สามารถใช้ลดรอยดำได้ในกรณีที่เพิ่งเริ่มเป็นรอยดำ ไม่มีส่วนผสมของสเตียรอย


นอกจากนี้ยังช่วยลดอาการแสบคันจากแดดได้ด้วย เด็กๆ ที่กำลังอยู่ช่วงวัยรุ่นก็ใช้บรรเทาสิวอักเสบก็ได้ผล สำหรับผู้ใหญ่สามารถใช้ทาในกรณีแผลน้ำร้อนลวก น้ำมันกระเด็น ก็ได้ผลดี สามารถพกติดตัวไปใช้ได้ทุกที่เลย หาซื้อง่ายในเนตเลยครับ

ครีมทาลดอักเสบยุงกัด

หาวิธีกำจัด ยุงลาย

 เมื่อเป็นอย่างนี้ ผมจึงหาทางที่จะ ไล่ ยุงลาย จะให้กำจัดให้หมดไป คงทำได้ยากเพราะ พื้นที่ติดนา มีน้ำขัง จะเอา ทรายที่ สาธารณสุขชุมชน แจกให้ ไปหยอดใส่ ก็คงไม่พอ การไล่ยุงพื้นฐาน จุดยากันยุง ก็เริ่มไม่ได้ผล เหมือนยุงมันมี วิวัฒนาการ จุดเยอะ ควันท่วมบ้าน อย่าว่าแต่ยุงเลย คนก็อยู่ไม่ได้ 

 ควันไล่ยุงลาย

   

ใช้เสเปรย์ กำจัดยุง ก็ได้ผลแต่ สิ่งที่ตามมาคือละอองที่ฉีด มันกระจายไปทั่วห้อง มีของกินของใช้ต้องคอยเก็บ จึงไม่ค่อยสะดวก และที่สำคัญห้ามใช้ในพื้นที่ ที่มีเด็กเล็ก

สเปรย์ไล่ยุงลาย

หลายอย่างที่คิด ก็ลองทำได้ผลบ้างแต่ระยะสั้น ถึงขนาดจะปลูกตระไคร้หอม กันยุงรอบแนวรั้วรอบบ้านเลย แต่ยุงมันก็บินข้ามมาบนชั้น 2 ได้อยู่ดี 

 ตะไคร้ไล่ยุงลาย

และมีอีกอย่างที่ได้ เป็นเครื่องดักยุง แบบใช้แสงล่อและใช้พัดลมดูด ยุงลาย เข้าไปเก็บไว้ ซึ่งน่าสนใจ เห็นมีขายกันหลายแบบ หลายยี่ห้อ แต่ดูจากรีวิวแล้วก็ ได้ผลบ้างไม่ได้ผลบ้าง และที่สำคัญ ที่บ้านมีพื้นที่ค่อนข้างเยอะ ต้องใช้หลายตัว แต่ราคา ตัว นึงก็ 1,000 กว่าบาท ก็เอาเรื่องอยู่เพราะ ติดจุดเดียวมันไม่พอและไม่รู้ว่าจะใช้ได้นานแค่ไหน ซึ่งไม่มีเวลามานั่งทดลองนาน เพราะในใจคิดว่า ต้องหาวิธีไล่ยุง ให้ได้ผลที่เร็วที่สุด

เครื่องดูดยุงลาย

ยิ่งมีข่าว จาก อบต ว่า มีคนในหมู่บ้าน เป็น ไข้เลือดออก ด้วย ยิ่งกังวลใจ บางครั้ง ลูกกลับมาบ้านตอนกลางคืน เป็นไข้ปกติ แต่ก็ทำให้เราวิตก คอยดูแลไม่ได้หลับได้นอน กลัวว่าจะ เป็นอาการ ไข้เลือดออก หรือ ไม่

พึ่งเข้าใจจริงๆ ว่า พ่อ แม่ รักเรามากขนาดไหน ก็วัน ที่เรา มีลูกเป็นของตัวเองนี่แหละครับ  

ได้วิธีไล่ ยุงลาย ที่ได้ผล

และในที่สุด ผมก็ได้เจอ วิธีไล่ยุงที่ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ เป็นรูปแบบ เสียบปลักไฟฟ้าและมีขวดน้ำยาไล่ยุง ซึ่งเขา เครมว่า ปลอดภัย กับ เด็กเล็ก และคนท้อง ( อันนี้ผมก็ไม่รู้ว่าจะเชื่อได้แค่ไหน ผมจะหาข้อมูลเพิ่มมาแจ้งแบบเจาะลึกอีกที ) แต่ที่สำคัญ ขอให้มันไล่ยุงได้ จริงๆก็แล้วกัน ซึ่งมันแตกต่างจาก แบบเสียบปลีก ยี่ห้อดังในบ้านเราที่เราจะได้กลิ่น สารเคมี

แต่สำหรับรุ่นนี้ไม่มีกลิ่น จากการค้นหาข้อมูล มีรีวิวผู้ใช้หลายคนที่ใช้แล้วบอกว่าได้ผล แต่จะเชื่อได้อย่างไร ถ้าไม่ลองด้วยตัวเราเอง 

ผมเลยจัดเลยครับ เมื่อทดลองเปิดใช้และสังเกตุ ยุงหายไปเยอะมาก 80 90 % จากที่เคยใช้ ไม้แบตไฟฟ้า ตียุงหลังทีวี ดังรัวๆ อย่างกับจุดประทัด ตอนนี้ ยุงหายไป เหลือไม่กี่ตัว จนไม่มีเลย ใช้ในห้อง นั่งเล่นที่ ปู่ย่าเลี้ยง อันฟา ยุงหาย สบายใจขึ้นเยอะ 

รีวิว เครื่อง ไล่ยุงลาย 

วิธีการใช้งาน และ รายละเอียด

 

  • เครื่องไล่ยุงแบบเสียบปลั๊ก เครื่องกันยุง สารสกัดจากธรรมชาติ ปลอดภัยสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ ไม่เป็นอันตรายต่อสัตว์เลี้ยง ใช้ไล่ยุง มด แมลงต่างๆ
  • สกัดจากธรรมชาติ น้ำมันสกัดจากตะไคร้ น้ำมันดอกลาเวนเดอร์ เปเปอร์มิ้น น้ำมันสกัดจากมะเขือเทศป่า ไม่มีกลิ่นปลอดสารเคมี 100%
  • ครอบคลุมพื้นที่ 10-15 ตรม. ถ้าพื้นที่่กว้างกว่าควรติดเพิ่มอีก 1 จุด น้ำยา 1 ขวด(45 มล.) ใช้ได้นานสุด 300 ชม.

วิธีใช้

  • เปิดฝาขวดยาน้ำไล่ยุง
  • ใส่ขวดยาน้ำไล่ยุงลงในเครื่อง หมุนจนแน่น
  • นำเครื่องเสียบปลั๊กไฟ โดยให้ขวดตั้งตรง แล้วเปิดสวิตซ์จะเห็นไฟสีส้มที่ตัวเครื่อง
  • ขาเสียบสามารถปรับได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน
  • ปิดสวิตซ์หรือถอดปลั๊กทุกครั้งหลังใช้งาน
  • เก็บให้พ้นมือเด็ก

จากการทดลองใช้งานจริง

!!!! สำหรับ ผู้สนใจ เจ้าเครื่องไล่ยุง ตัวนี้ ปกติ ราคา 190 บาท

ถ้าเข้ามาเจอในเว็บนี้ อันฟา จัดให้ ราคาพิเศษ

1 ชุด = 1 ปลัก น้ำยา 2 ขวด = 135 บาท 

หรือ พิเศษ ซื้อ 2 แถม 1 ฟรี 

ด่วนจำนวนจำกัด สนใจสั่งซื้อได้ที่

Line:@anfashop

หรือ กดคลิก เพื่อติดต่อได้เลย

มารู้จัก ไข้เลือดออก และ การรักษา กันเถอะ คลิกชมได้เลย

ไข้เลือดออก เป็นอย่างไร ?

เชื้อไข้เลือดออก

     โรค ไข้เลือดออก มีสาเหตุมาจากการรับ เชื้อไวรัส “เด็งกี่” (Dengue) โดยมี ยุงลาย เป็นพาหะนำโรค ไข้เลือดออก นับเป็นโรคอันตรายด้วยเหตุว่า ถ้าหากรักษาไม่ทันอาจจะทำให้เสียชีวิตได้ แต่ว่าถ้าหากรู้สึกตัวแล้วก็รักษาตั้งแต่เนิ่นๆก็สามารถรักษาให้หายได้ภายในช่วงระยะเวลาไม่นาน ดังนี้หลายคนบางทีอาจงงงันระหว่างโรค ไข้เลือดออก กับ ไข้หวัดใหญ่ ด้วยเหตุว่ามีลักษณะพื้นฐานคล้ายกัน ด้วยเหตุนั้นก็เลยจะต้องพินิจอาการเริ่มต้นให้ดี เพื่อจำแนกความไม่เหมือนกันของ ไข้หวัดใหญ่ กับ ไข้เลือดออก ให้ได้

ไข้หวัด-ไข้เลือดออก

โรค ไข้เลือดออก เกิดขึ้นจากเชื้อไวรัสเด็งกี่ ซึ่งมีอยู่ 4 สายพันธุ์ คือ เด็งกี่-1 เด็งกี่-2 เด็งกี่-3 และก็เด็งกี่-4 แม้ได้รับเชื้อไวรัสไม่ว่าจะสายพันธุ์ใดก็สามารถเป็น โรคไข้เลือดออก ได้ทั้งหมด แต่ว่าแม้ร่างกายติดโรคจากสายพันธุ์ใดสายพันธุ์หนึ่งไปแล้ว ร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันสายพันธุ์นั้นขึ้นมา แสดงว่าพวกเราจะไม่ติดเชื้อโรคจากสายพันธุ์นั้นอีกไปชั่วชีวิต แต่ว่ายังได้โอกาสติดเชื้อโรคจากสายพันธุ์อื่นได้  

 

ต้นเหตุของโรค ไข้เลือดออก

 

โรค ไข้เลือดออก มักระบาดในฤดูฝน เมื่อมี ยุงลาย เพศเมีย ไปกัดผู้ที่มีเชื้อไวรัส เชื้อนั้นจะเข้าสู่กระเพาะของ ยุงลาย และก็เข้าไปอยู่ในเซลล์รอบๆฝาผนังกระเพาะ เชื้อไวรัสจะเพิ่มเยอะขึ้น แล้ว หลังจากนั้นจะเดินทางไปสู่ต่อมน้ำลายของ ยุงลาย ที่พร้อมจะเข้าสู่ผู้ที่ถูกกัดต่อไป

 

เชื้อไวรัสจะมีระยะฟักตัวใน ยุงลาย โดยประมาณ 8-12 วัน เมื่อ ยุงลาย ตัวนั้นกัดผู้อื่นก็จะปลดปล่อยเชื้อไวรัสไปยังคนที่ถูกกัดถัดไป เมื่อเชื้อไปสู่ร่างกายจนถึงผ่านช่วงเวลาฟักตัวนาน 5-8 วัน (สั้นที่สุด 3 วัน – นานที่สุด 15 วัน) อาการจะมีลักษณะราวกับหวัด เป็น เป็นไข้ ตัวร้อน ไอ อ้วก วิงเวียน ฯลฯ

 

 เพราะฉะนั้นเมื่อเจอคนป่วย ที่มีลักษณะอาการคล้ายกับหวัด หมอก็เลยมักสั่งให้ตรวจเลือดเพื่อค้นหาว่าผู้เจ็บป่วยติดโรคอะไร ซึ่งจำนวนมากชอบตรวจค้น เชื้อไข้เลือดออก แล้ว ก็ไข้หวัดใหญ่ 

วงจรชีวต ยุงลาย

ยุงลาย ที่มี เชื้อไวรัสเด็งกี่ จะเจอเยอะมากๆในแถบประเทศเขตร้อนแล้วก็เขตอบอุ่น จากข้อมูลของสำนักโรคติดต่อ โดยแมลง กระทรวงสาธารณสุขของเมืองไทยพบว่า พุทธศักราช 2557 เจอคนเจ็บเป็นโรคไข้เลือดออก ร่วม 40,000 ราย ปัจจุบันนี้เหตุการณ์ โรคไข้เลือดออก ในประเทศไทย มิถุนายน พุทธศักราช 2562 มีปริมาณคนไข้สะสมสูงถึง 31,843ราย เสียชีวิตแล้ว 48 ราย เมื่อเทียบกับสถิติ ตอนเดียวกันของปีที่ผ่านมาพบว่า มีปริมาณคนไข้สะสม 19,804 ราย เสียชีวิต 24 ราย จะมองเห็นได้ว่า มีปริมาณมากขึ้นถึง 1.6 เท่า ไข้เลือดออก ก็เลยเป็นโรคที่น่ากลัวจนประมาทไม่ได้

 

ปกติแล้วคนธรรมดาที่มีสุขภาพดีจะมีภูมิต้านทานโรค แต่เด็กหรือผู้ที่มีสภาพร่างกายไม่แข็งแรง ไข้เลือดออก จะเข้าทำลายระบบการไหลเวียนของโลหิต ฝาผนังเซลล์เม็ดเลือดแดง รวมทั้งทำลายอวัยวะภายในร่างกายจนกระทั่งมีเลือดออก 

ป่วยไข้เลือดออก

อาการของ ไข้เลือดออก

ลักษณะของคนไข้โรค ไข้เลือดออก มีความร้ายแรงแตกต่างกัน แต่ว่าอาการที่แจ่มชัด คือ มีไข้เหมือนการเป็นไข้หวัดทั่วๆไปเป็น ไม่สบาย ตัวร้อน ปวดหัว อาเจียน บางรายมีลักษณะอาการความดันเลือดต่ำ เหน็ดเหนื่อย เมื่อยเนื้อเมื่อยตัว  ปวดตามข้อ ปวดตามกระดูก ปวดตา ตาฟาง ท้องร่วง

อาการ-โรคไข้เลือดออก

คนป่วยที่มีลักษณะร้ายแรงจะมีสภาวะเลือดไหล พบได้ทั่วไปที่สุดเป็นรอบๆผิวหนัง มีเลือดไหลเป็นจุดเล็กๆกระจัดกระจายอยู่เต็มตามแขน ขา ลำตัว และก็จั๊กกะแร้ และก็เลือดไหลที่อวัยวะภายในร่างกาย ได้แก่ ทางเดินอาหาร บางบุคคลคลื่นไส้และก็อึเป็นเลือด คนเจ็บอาจมีอาการตับโต เมื่อกดจะรู้สึกเจ็บ มีเลือดไหลที่ตับ ม้าม หรือมีลักษณะอาการของไตวาย รวมถึงได้โอกาสเกิดอาการช็อกร่วมด้วยซึ่งอันตรายอย่างยิ่ง

 

 

เมื่อเปรียบเทียบกับไข้หวัด กับลักษณะของ ไข้เลือดออก จะเห็นความแตกต่างดังนี้

 

 

เป็นไข้สูงฉับพลัน แม้จะไม่มีน้ำมูก ไม่ไอ บางทีอาจพบว่ามีจุดเลือดไหลตามผิวหนัง มีเลือดไหล (กรณีอาการถึงกับขนาดร้ายแรง) เลือดกำเดาไหล เลือดไหลตามไรฟัน บางทีอาจถ่ายหรืออ้วกเป็นเลือด คนที่ติดเชื้อโรคจำนวนมากจะมีลักษณะอาการร้ายแรงในตอน 3-5 วัน หลังได้รับเชื้อไปสู่ร่างกาย หลังจากนั้นอาการบางทีอาจจะดีขึ้นไประยะหนึ่งรวมทั้งมีลักษณะร้ายแรงขึ้นมาอีก จนกระทั่งบางทีอาจถึงขนาดช็อกรวมทั้งเสียชีวิตได้ แม้กระนั้นถ้าหากได้รับการดูแลรักษาอย่างทันทีทันควัน ก็สามารถหายจากโรคได้ในไม่กี่วัน

 

 

สำหรับอาการ โรคไข้เลือดออก สามารถดูได้ดังต่อไปนี้

 

 

 

ผู้เจ็บป่วยจะมีลักษณะอาการไข้สูงลอยราว 2-7 วัน ส่วนใหญ่ไข้จะสูงเกิน 38.5 องศาเซลเซียส หรือบางทีอาจมากถึง 40-41 องศาเซลเซียส โดยบางทีอาจเกิดขึ้นได้อย่างกระทันหัน ในบางรายอาจมีอาการชักเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กที่เคยมีประวัติการชักมาก่อน

 

คนป่วยจะมีลักษณะอาการเลือดไหล พบได้ทั่วไปที่สุดรอบๆผิวหนัง โดยจะพบว่า มีเส้นโลหิตเปราะและก็แตกง่ายร่วมกับมีจุดเลือดไหลเป็นจุดเล็กๆกระจัดกระจายอยู่เต็มตามแขน ขา ลำตัว แล้วก็จั๊กกะแร้ ดังนี้อาจมีเลือดดำหรือเลือดไหลตามไรฟันร่วมด้วย สำหรับผู้เจ็บป่วยที่มีลักษณะอาการขั้นร้ายแรง อาจมีอาการคลื่นไส้และก็อุจจาระเป็นเลือด ซึ่งอาจจะเป็นสีดำ สำหรับอาการเลือดไหลในทางเดินอาหารส่วนมากจะเจอร่วมกับภาวะการณ์ช็อกในผู้เจ็บป่วยที่มีการช็อกอยู่นาน

 

คนป่วยจะมีลักษณะตับโต เมื่อกดจะรู้สึกเจ็บ โดยส่วนมากจะพบว่าคนไข้มีลักษณะตับโต ในช่วงวันที่ 3-4 นับจากเริ่มมีอาการ

 

คนไข้จะมีภาวะการณ์ระบบไหลเวียนเลือดล้มเหลว ราว 1 ใน 3 ของคน ไข้เลือดออก อาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีอาการร้ายแรง หรือเรียกว่า สภาวะช็อก เพราะอาการช็อกจากการสูญเสียน้ำรวมทั้งเกลือแร่ (Hypovolemic Shock) ซึ่งโดยส่วนมากจะเกิดขึ้นพร้อมๆกับไข้ที่ลดลงอย่างเร็ว

 

สำหรับขณะที่ผู้ป่วยเกิดภาวะช็อกนั้นจะขึ้นกับช่วงเวลาที่เป็นไข้ด้วยเช่นเดียวกัน อาจจะเกิดขึ้นได้เมื่อวันที่ 3 ถึงวันที่ 8 ของวันที่ป่วย ดังนี้คนเจ็บอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีอาการเกิดขึ้นอีก โดยเริ่มมีลักษณะกระวนกระวาย มือเท้าเริ่มเย็น ชีพจรเบา และก็ความดันเลือดมีการเปลี่ยนไปจากเดิม

 

จากข้อมูลข้างต้นจะมีความเห็นว่า ลักษณะของคนป่วย ไข้เลือดออก และ ไข้หวัด นั้นใกล้เคียงกันมาก ก็เลยทำให้คนป่วย และก็คนที่อยู่รอบข้างประมาท ด้วยเหตุว่ามีความคิดว่าเป็นเพียงแค่หวัดปกติ กว่าจะรู้สึกตัวอีกรอบก็เมื่อมีลักษณะอาการเลือดไหล เป็นไข้ อ้วก เจ็บท้อง ฉี่ลดลงอย่างชัดเจน มือ เท้าเย็น ลายตา เหงื่อไหลมาก แม้อาการกลุ่มนี้เกิดขึ้นในตอนที่ไข้ลด นับว่าเป็นสัญญาณอันตรายจะต้องรีบนำผู้เจ็บป่วยไปพบหมอโดยเร็วด้วยเหตุว่าบางทีอาจช็อกสลบได้

 

โดยเหตุนี้ทางที่ดีเมื่อพบว่าตัวเองมีลักษณะอาการเจ็บป่วย อย่านิ่งนอนใจให้รีบมาเจอหมอ หรือถ้าหากว่ารับประทานยาแล้วอาการไม่ดีขึ้นแต่จับไข้สูง ให้รีบเช็ดตัวผู้เจ็บป่วยเพื่อลดไข้ และก็กินยาพาราเซตามอล แล้วต่อจากนั้นให้รีบมาเจอหมอเพื่อรักษาถัดไป

 

 

ตุ่ม ไข้เลือดออก เป็นอย่างไร  

 

 

การสังเกตรูปแบบของตุ่มที่เกิดรอบๆผิวหนังว่า มาจากแมลงกัดต่อย ผลพวงจากโรคอื่น หรือเป็นตุ่มที่มาจาก ไข้เลือดออก นั้น สังเกตุได้ดังต่อไปนี้

 

  1. ตุ่มจากแมลงกัดต่อย โดยมากจะเป็นตุ่มนูน หรือเห่อขึ้นมาเป็นจุดๆตามผิวหนังส่วนใดส่วนหนึ่ง หรือแผ่กระจายในจุดเดียวกัน แม้กระนั้นในตำแหน่งอื่นกลับไม่เจอตุ่มนูน ครั้งคราวมีลักษณะเห่อราวผื่นคัน อาจมีอาการคันร่วมด้วย ส่วนใหญ่คนเจ็บจะไม่มีไข้ นอกจากสัตว์ที่กัดต่อยจะเป็นสัตว์เป็นพิษจนกระทั่งนำมาซึ่งอาการแพ้และก็จับไข้ร่วมด้วย
  2. ตุ่มจากโรคมือเท้าปาก จะจับไข้ร่วมด้วยพร้อมด้วยลักษณะของการเจ็บปาก รับประทานอาหารได้น้อย มีแผลที่กระพุ้งแก้ม เพดานปาก ตุ่ม หรือผื่นแดงจะเกิดขึ้นรอบๆฝ่ามือ ฝ่าตีน ของลับ ผิวหนังของตูด และก็บางทีอาจเจอตามลำตัว แขนแล้วก็ขาได้ อาการจะดำรงอยู่ราวๆ 2-3 วันจะดียิ่งขึ้น แล้วก็หายได้ด้านใน 1 อาทิตย์
  3. ตุ่มที่เกิดจาก ไข้เลือดออก รูปแบบของตุ่มจะเป็นตุ่มแดง มีขนาดเล็ก กระจัดกระจายไปทั่วตลอดตัว ไม่ว่าจะเป็นแขน ขา ลำตัว หรือตามบริเวณใบหน้า จะเจอร่วมกับอาการจับไข้ แม้ไข้สูงเอามาแล้ว 2-7 วัน ภายหลังจากไข้เริ่มน้อยลงจะปรากฏผื่นแดง เมื่อมองเห็นผื่นแดงแปลว่าอยู่ในระยะที่จำเป็นต้องเฝ้าระวัง มีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดสภาวะช็อกได้ 

 

กลุ่มเสี่ยง โรค ไข้เลือดออก

 

กลุ่มเสี่ยงของ โรค ไข้เลือดออก เป็นต้นว่า เด็กตัวเล็กๆ คนวัยชรา คนที่อ้วนมากมาย คนเจ็บติดเตียง คนไข้ที่ขยับร่างกายน้อย หรือคนที่อาศัยอยู่ใกล้กับแหล่งที่มีน้ำขัง ฯลฯ ถ้าเกิดสงสัยว่าจะเจ็บป่วยเลือดไหล คนไข้จำต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล เพราะว่าตอนนี้เชื้อไข้เลือดไหลมีการกลายพันธุ์ ทำให้เชื้อร้ายแรงมากเพิ่มขึ้นจนกระทั่งบางทีอาจเกิดอันตรายถึงชีวิตได้

 

 

การตรวจโรคไข้เลือดออก

 

 

   แม้สงสัยว่า คนไข้บางทีอาจเป็น ไข้เลือดไหล แนวทางที่ดีสุดเป็น หมอจะเจาะเลือดเพื่อตรวจค้นเชื้อที่ห้องทดลอง ยิ่งกว่านั้นการตรวจปริมาณเกล็ดเลือดก็เป็นการวิเคราะห์ที่มีคุณภาพเช่นเดียวกัน ซึ่งจะเจอความเปลี่ยนไปจากปกติ ราววันที่ 3 ตั้งแต่แมื่อวันที่เริ่มป่วย ดังนี้ตามธรรมดามนุษย์เราจะมีเกล็ดเลือดโดยประมาณ 150,000 – 450,000 เซลล์ต่อไมโครลิตร แต่ว่าในคนป่วยที่เจ็บป่วย ไข้เลือดออก จำนวนมากเกล็ดเลือดจะต่ำลงยิ่งกว่า 100,000 เซลล์ต่อไมโครลิตร

 

 

การดูแลรักษาโรคไข้เลือดออก

 ปัจจุบันนี้ยังไม่มียาจำพวกใดซึ่งสามารถต่อต้านเชื้อไวรัสที่มีฤทธิ์เฉพาะ เชื้อไข้เลือดออก ได้ หมอก็เลยจะต้องใช้แนวทางรักษาตามอาการ ตัวอย่างเช่น ถ้าเป็นไข้ก็จะให้คนเจ็บกินยาลดไข้ ถ้าเกิดอ้วก หมอจะให้ยาแก้คลื่นไส้ พร้อมจิบน้ำเกลือประเภทดื่ม หรือบางทีอาจให้น้ำเกลือทางเส้นโลหิตร่วมด้วย 

ดังนี้ถ้าเกิดผู้เจ็บป่วยมีลักษณะร้ายแรง ยกตัวอย่างเช่น เป็นไข้สูงมาก อ้วกตลอดระยะเวลา เกล็ดเลือดต่ำ มีเลือดไหลมาก มีความเสี่ยงต่อสภาวะช็อก โดยหมอจะดูแลคนเจ็บอย่างใกล้ชิดตลอดเวลาที่คนป่วยยังคงอยู่ในตอนวิกฤตโดยประมาณ 24-48 ชั่วโมง

ข้อควรจะทราบสำหรับดูแลผู้ป่วย

ห้ามใช้ยาพาราลดไข้ในกรุ๊ป NSAIDS (Nonsteroidal anti-inflammatory drug) ได้แก่ “แอสไพริน” กับ คนไข้โรคไข้เลือดออก เด็ดขาด เนื่องจากผลกระทบของยาอาจจะทำให้กำเนิดอาการเลือดไหลเพิ่มมากขึ้น

ทราบได้ยังไงว่า คนไข้มีลักษณะอาการดียิ่งขึ้น  

พิจารณาได้จากลักษณะของการมีไข้ที่น้อยลงข้างใน 24-48 ชั่วโมง คนเจ็บจะรู้สึกสบายตัวขึ้น เริ่มรับประทานอาหารได้บ้างนิดหน่อย อาการต่างๆที่เคยเป็นจะเริ่มดีขึ้นกว่าเดิม นี่เป็นอาการชี้ว่า ผู้เจ็บป่วยกำลังจะหายจากโรคไข้เลือดออกแล้ว

การป้องกัน โรค ไข้เลือดออก

ปกป้องไม่ให้ถูกยุงกัด  ไม่ว่าอีกทั้งช่วงกลางวันรวมทั้งตอนกลางคืนควรจะหา ยากันยุง ติดมุ้งลวด ไม่ใส่เสื้อที่มีสีทึบและไม่อยู่ในที่มืด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็ก แล้ว ก็คนชราควรจะอยู่ข้างในห้องที่มีการปกป้อง ยุงมิดชิดด้วยเหตุว่าคนพวกนี้มีภูมิต้านทานต่ำ อาจมีจังหวะได้รับเชื้อมากยิ่งกว่า

กำจัดแหล่ง เพาะพันธุ์ ยุงลาย รวมทั้งลูกน้ำ ยุงลาย รอบรอบๆบ้าน 

ยุงลาย มักออกไข่ตามแหล่งน้ำขังต่างๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำนิ่ง โดยเหตุนี้ก็เลยจำต้องกำจัด ลูกน้ำ ยุงลาย โดยตลอดทุกๆอาทิตย์ โดยการเปลี่ยนน้ำในโอ่งน้ำ หรือถังสำหรับใส่น้ำเป็นประจำ ถ่ายถ้วยน้ำรองขาโต๊ะ หรือน้ำในแจกัน คว่ำภาชนะที่มีน้ำขัง ดังเช่นว่า จานชามเก่า กระป๋อง ฯลฯ เพื่อป้องกัน ยุงลายตกไข่ นอกนั้นยังบางครั้งก็อาจจะเลี้ยงปลาเพื่อช่วยกำจัดลูกน้ำ หรือใส่ทรายอะเบท หรือเกลือสมุทรลงไปเพื่อทำลาย ไข่ยุงลาย

แจ้งข้าราชการสาธารณสุขในเขตพื้นที่

เพื่อฉีดยา กันยุงลาย รวมทั้งใส่ทรายอะเบทในแหล่งน้ำ รวมทั้งแจ้งข้าราชการเมื่อมีคนใกล้ตัวมีอาการป่วยเป็นโรคไข้เลือดออก

เฝ้าระวังตัวเองรวมทั้งคนอื่นๆเมื่อมีอาการ

อย่าให้คนไข้ที่กลับมาพักฟื้นที่บ้านโดนยุงกัดในช่วงเวลา 5 วันแรก เพราะว่าช่วงนี้คนเจ็บจะยังมี เชื้อไวรัส ไข้เลือดออก คงเหลืออยู่ คนไข้ถูกยุงกัด เชื้อจะติดไปพร้อมกับยุงแล้วก็บางทีอาจแพร่สู่คนภายในบ้านได้

วิธีสำหรับดูแลคนป่วย โรคไข้เลือดออก

ในตอนที่ผู้เจ็บป่วยเป็นไข้สูง บางรายอาจมีอาการชัก โดยยิ่งไปกว่านั้นเด็กที่เคยมีประวัติการชักมาก่อน ด้วยเหตุนั้นก็เลย จึงควรให้ยาลดไข้

ควรจะให้คนไข้กินน้ำมากๆเพราะเหตุว่าผู้เจ็บป่วยโดยมากจะเป็นไข้แล้วก็มีลักษณะไม่อยากกินอาหาร และคลื่นไส้ก็เลยทำให้ร่างกายขาดน้ำในจำนวนมาก ฉะนั้นจะต้องทดแทนน้ำด้วยการให้กินน้ำผลไม้หรือสารละลายผงน้ำตาลเกลือแร่

หมั่นติดตามลักษณะของคนป่วยอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันสภาวะช็อก

จำเป็นต้องให้คนเจ็บอยู่ในที่ปราศจากยุง ควรจะมีมุ้งลวด หรือกางมุ้งเพื่อปกป้องยุงและก็การแพร่ระบาดของโรค

ควรจะให้คนป่วยอยู่ในที่ที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก

ควรจะให้คนป่วยพักมากๆหลบหลีกวิธีการทำกิจกรรมนอกบ้าน

กินน้ำหรือเกลือแร่ให้มากพอ โดยพิจารณาที่สีฉี่จะเป็นสีเหลืองอ่อน ถ้าหากเยี่ยวสีแก่ ต้องกินน้ำมากขึ้น

เช็ดตัวคนไข้ด้วยผ้าสะอาดชุบน้ำอุ่น ควรจะรักษาอุณหภูมิร่างกายคนป่วยไม่ให้มากถึง 39 องศาเซลเซียส ในกรณีที่จับไข้ ห้ามเช็ดตัว หรืออาบน้ำด้วยน้ำเย็น เนื่องจากว่าผู้เจ็บป่วยบางทีอาจหนาวสั่น

ควรจะรับประทานยาลดไข้พาราเซตามอลตามขนาดที่หมอสั่ง เนื่องจากว่าถ้าหากรับยาเกินขนาดอาจจะทำให้ตับอักเสบได้

ห้ามให้คนป่วยรับประทานยาแอสไพรินและก็ยากลุ่ม NSAIDS เด็ดขาด เนื่องจากว่ายาทั้งยัง 2 ตัวต่อต้านการจับตัวกันจบกลายเป็นก้อนของเลือด บางทีอาจไปกระตุ้นอาการเลือดไหลได้

ควรจะกินอาหารอ่อน ย่อยง่าย รวมทั้งรสไม่จัด ได้แก่ ข้าวต้ม หรือแกงจืด ฯลฯ

ไม่สมควรกินอาหาร หรือเครื่องดื่มที่มีสีแดง ดำ หรือน้ำตาล เนื่องจากเวลาฉี่รวมทั้งอุจจาระบางทีอาจดูได้ยากกว่าสิ่งที่คนไข้ถ่ายออกมามีเลือดผสมมาด้วยไหม 

ตอนหน้าฝนเป็นตอนที่ต้องระมัดระวัง ไข้เลือดออก เพราะเหตุว่าเป็นช่วงๆที่ยุงลายออกก่อกวนหนัก ทุกคนควรจะปกป้องตัวเองรวมทั้งครอบครัวให้ห่างจาก ยุงลาย ให้เยอะที่สุด

อาการเตือนที่ร้ายแรง 

  • ถ้าเกิดลักษณะของผู้เจ็บป่วยไม่ดีขึ้น จับไข้สูงตลอด และก็มีลักษณะอาการเตือนที่ร้ายแรง
  • ให้รีบพาคนเจ็บไปโรงพยาบาลโดยเร็ว ซึ่งอาการจะมีดังนี้
  • คนเจ็บมีลักษณะอาการซึม หรือเหน็ดเหนื่อยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
  • คนไข้สามารถกินน้ำ หรือทานอาหารได้ลดน้อยลง
  • มีลักษณะอาเจียนและก็คลื่นไส้ตลอดระยะเวลา
  • มีลักษณะอาการเจ็บท้องมาก
  • เลือดไหล ยกตัวอย่างเช่น เลือดกำเดาไหล อ้วกเป็นเลือด หรืออุจจาระเป็นสีดำมีเลือดผสม
  • คนเจ็บฉี่ลดน้อยลง หรือไม่ฉี่เลยในระยะ 4-6 ชั่วโมง
  • คนป่วยอยากกินน้ำอยู่เสมอเวลา
  • กระวนกระวาย อารมณ์เสีย หรือเอะอะ
  • ถ้าผู้ป่วยเป็นเด็ก เด็กบางทีอาจร้องกวนตลอดระยะเวลา
  • มีลักษณะอาการตัวเย็นเปียกชื้น เหงื่อไหล สีผิวคล้ำลง ตัวลาย ในขั้นนี้บางทีอาจเกิดภาวะช็อกได้

สถิติ ไข้เลือดออกสะสมทัั่วประเทศ

10 อันดับ จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อเดือนนี้

1.จังหวัด อุบลราชธานี

2.จังหวัด เชียงราย

3.จังหวัด จันทบุรี

4.จังหวัด เลย

5.จังหวัด ร้อยเอ็ด

6.จังหวัด ระยอง

7.จังหวัด ยะลา

8.จังหวัด นครราชสีมา

9.จังหวัด เพชรบูรณ

10.จังหวัด บึงกาฬ

คุณอยู่จังหวัด อะไร เช็คดู

อย่าไว้ใจ ไข้เลือดออก อาจอยู่ใกล้คนที่คุณรัก

เราไม่อยากให้ผู้ติดเชื้อรายใหม่เป็นครอบครัวของคุณ

นับถอยหลัง เดือน สิงหาคม 62

วัน(s)

:

ชั่วโมง(s)

:

นาที(s)

:

สอง(s)

จังหวัด เชียงราย

จังหวัด เชียงใหม่

จังหวัด น่าน

จังหวัด พะเยา

จังหวัด แพร่

จังหวัด แม่ฮ่องสอน

จังหวัด ลำปาง

จังหวัด ลำพูน

จังหวัด อุตรดิตถ์

จังหวัด กาฬสินธุ์

จังหวัด ขอนแก่น

จังหวัด ชัยภูมิ

จังหวัด นครพนม

จังหวัด นครราชสีมา

จังหวัด บึงกาฬ

จังหวัด บุรีรัมย์

จังหวัด มหาสารคาม

จังหวัด มุกดาหาร

จังหวัด สกลนคร

จังหวัด ยโสธร

จังหวัด เลย

จังหวัด ร้อยเอ็ด

จังหวัด สุรินทร์

จังหวัด ศรีสะเกษ

จังหวัด หนองคาย

จังหวัด หนองบัวลำภู

จังหวัด อุดรธานี

จังหวัด อุบลราชธานี

จังหวัด อำนาจเจริญ 

จังหวัด กรุงเทพ

จังหวัด กำแพงเพชร

จังหวัด ชัยนาท

จังหวัด นครนายก

จังหวัด นครปฐม

จังหวัด นครสวรรค์

จังหวัด นนทบุรี

จังหวัด ปทุมธานี

จังหวัด พระนครศรีอยุธยา

จังหวัด พิจิตร

จังหวัด พิษณุโลก

จังหวัด เพชรบูรณ์

จังหวัด ลพบุรี

จังหวัด สมุทรปราการ

จังหวัด สมุทรสงคราม

จังหวัด สมุทรสาคร

จังหวัด สิงห์บุรี

จังหวัด สุโขทัย

จังหวัด สุพรรณบุรี

จังหวัด สระบุรี

จังหวัด อ่างทอง

จังหวัด อุทัยธานี

จังหวัด จันทบุรี

จังหวัด ฉะเชิงเทรา

จังหวัด ชลบุรี

จังหวัด ตราด

จังหวัด ปราจีนบุรี

จังหวัด ระยอง

จังหวัด สระแก้ว

จังหวัด กาญจนบุรี

จังหวัด ประจวบคีรีขันธ์

จังหวัด เพชรบุรี

จังหวัด ราชบุรี 

จังหวัด กระบี่

จังหวัด ชุมพร

จังหวัด ตรัง

จังหวัด นครศรีธรรมราช

จังหวัด นราธิวาส

จังหวัด ปัตตานี

จังหวัด พังงา

จังหวัด พัทลุง

จังหวัด ภูเก็ต

จังหวัด ระนอง

จังหวัด สตูล 

จังหวัด สงขลา

จังหวัด สุราษฎร์ธานี

จังหวัด ยะลา